เมื่อทำงานวิจัยมาได้ระยะหนึ่ง ก็ได้มีการสรุปบทเรียนจากสิ่งที่ได้จากการทำวิจัยครั้งนี้ ก็มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันของทึมวิจัย สรุปได้ว่ามีสิ่งที่ได้เรียนรู้ที่สำคัญ คือ
1. การทำวิัจัยแบบมีส่วนร่วม ทำให้เราได้เรียนรู้การคิดและทำงานเป็นทีม แม้หัวหน้าทีมวิจัยจะเป็นตัวตั้งตัวตี แต่ก็ต้องมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างของทีมวิจัย รวมทั้งฟังความคิดเห็นของชาวบ้านด้วย ทำให้ต้องมีการปรับตัวเข้าหากัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง ซึ่งทำให้รู้จักกันมากขึ้น
2. ความสัมพันธ์ของคนในชุมชน ทำให้คนในชุมชนเริ่มมีโอกาสได้มานั่งคุยกันมากขึ้น เกิดบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ แม้ช่วงแรกหลายคนที่มาร่วมประชุมจะไม่เข้าใจนัก แต่เมื่อได้มาร่วมหลายครั้งก็เริ่มแสดงให้เห็นถึงความคิดเห็น ซึ่งหากมีการประชุมอย่างต่อเนื่องคาดว่าจะทำให้คนในชุมชนของเรามีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นได้
3. มีการตั้งคำถามและอยากทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เช่น ชาวบ้านที่ได้มาร่วมการประชุมเริ่มมีการตั้งคำถามว่าหากเราจะพัฒนาชุมชนของเราให้ดีขึ้นเราต้องทำอย่างไร ? ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะทำให้เกิดการตั้งคำถามต่อ ๆ ไป และจะนำไปสู่การค้นหาคำตอบร่วมกัน
4. ความสนุกสนาน เพราะพอมานั่งคุยกันนั้นแม้ช่วงแรกจะเป็นไปอย่างค่อนข้างลำบากเพราะหวั่นใจเล็กน้อยว่าจะสร้างความเข้าใจกับชาวบ้านเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของการประชุมได้อย่างไร แต่เมื่อได้มีการประชุมกันหลายครั้ง ก็เริ่มมีความคุ้นเคยกันมากขึ้นทำให้มีบรรยากาศที่เป็นกันเอง และมีการหยอกล้อกันมากขึ้น ทำให้บรรยากาศไปเครียด และทำให้ทุกคนได้สนุกร่วมกัน
จากที่กล่าวมาเป็นเพียงบางส่วน ยังมีอะไรดีดีที่เกิดขึ้นหลายอย่าง หากมีโอกาสจะเล่าให้ฟังกันอีกนะ
โครงการวิจัยท้องถิ่น เรื่อง ศึกษาวิถีชีวิตและวัฒนธรรมชุมชนเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางสังคมชุมชนบางเลียบ หมู่ 5 ต.สวนพริกไทย อ.เมือง จ.ปทุมธานี 12000 E-mail: vijaibangleab@gmail.com
วันจันทร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
วันอังคารที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
รายงานความก้าวหน้า
งานวิจัยเพื่อท้องถิ่นของชุมชนบางเลียบดำเนินงานมากว่า 6 เดือนแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง และกำลังคืบหน้าไปเรื่อย และตอนนี้สิ่งที่ต้องทำก็คือการถอดบทเรียนจากการวิจัยเพื่อทำสรุปรายงานความก้าวหน้าให้กับ สกว. ฝ่ายวิจัยท้องถิ่น ศูนย์ประสานงาน จ. พระนครศรีอยุธยา เป็นการสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำงานวิจัยที่ผ่านมา ทั้งในเรื่องการดำเินินงาน กระบวนการวิจัย และผลที่ได้จากการวิจัย แม้ยังไม่ปรากฎผลที่ชัดเจนนัก แต่ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่พอใช้ได้ แต่ก่อนที่จะเริ่มทำกิจกรรมต่อไป ก็ต้องสรุปรายงานนี้ให้เสร็จให้เร็วที่สุดเพื่อนำผลที่ได้ไปใช้ประโยชน์ต่อไป
วันพฤหัสบดีที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2553
วันอังคารที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2553
เริ่มต้นก็สนุกแล้ว
เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2553 ที่ผ่านมา เราได้มีการประชุมทีมวิจัยและทีมที่ปรึกษาโครงการวิจัยเืพื่อท้องถิ่นขึ้น ณ ห้องโสตทัศนศึกษา โรงเรียนชุมชนวัดเสด็จ ซึ่งการประชุมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี เช่น การอนุญาตให้ใช้สถานที่โดยคุณครูยุทธนา สืบสิงห์ รองผู้อำนวยการโรงเรียนฯ, การเข้าร่วมประชุมของผู้ที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นตัวแทนจากสถาบันและองค์กรในพื้นที่ เป็นต้น ทำให้พวกเรารู้สึกดีใจและเป็นเกี่ยรติอย่างยิ่ง และขอขอบพระคุณไว้ ณ โอกาสนี้
การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโครงการวิจัยเพื่อท้องถิ่นกับผู้ที่เกี่ยวข้องดังกล่าว และเพื่อเป็นการบอกกล่าวก่อนที่จะเริ่มดำเนินกิจกรรมของโครงการในขั้นตอนต่อไป ในการนี้เราได้แลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นกัน ซึ่งนอกจากพวกเราแล้วก็มีทีมพี่เลี้ยงจาก สกว. ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น ศูนย์ประสานงาน จ. พระนครศรีอยุธยา มาร่วมด้วย โดยเป็นการพูดคุยอย่างเป็นกันเองไม่ได้มีพิธีรีตองอะไร
มุมมองต่อปัญหาของชุมชนก็มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันไป เช่น ปัญหาทางสังคม ได้แก่ยาเสพติด ร้านเกมส์ หรือปัญหาเศรษฐกิจ ได้แก่ ภาระหนี้สินชุมชน เป็นต้น แม้มุมมองต่อปัญหาจะมีความแตกต่างกันไปบ้าง ซึ่งขึ้นอยู่้กับประสบการณ์และบทหน้าที่ของแต่ละคน และการให้น้ำหนักหรือความสำคัญของปัญหานั้น แต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันก็คือการตระหนักถึงปัญหาของชุมชนหรือส่วนร่วม แต่ที่ผ่านมาอาจไม่ได้มีโอกาสมานั่งคุยกันนัก เมื่อมีโอกาสครั้งนี้จึงทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างออกรสชาติพอสมควร
ทีมวิจัยได้รับฟังความคิดเห็นจากหลาย ๆ ท่านแล้ว ทำให้ยิ่งอยากทำงานวิจัยครั้งนี้ให้ดีที่สุด เพื่อให้เกิดบรรยากาศแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับปัญหาของชุมชนแบบนี้ขึ้น ซึ่งคิดว่าจะเป็นตัวที่จะขับเคลื่อนให้คนในชุมชนได้ตระหนักถึงปัญหาและอยากเข้ามามีส่วนร่วมกับการแก้ไขปัญหานั้นนั่นเอง
วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
การลงพื้นที่เก็บข้อมูล
การลงพื้นที่เพื่อสำรวจชุมชนนั้น ได้ดำเนินมากกว่า 3 เดือนแล้ว ทำให้ทีมวิจัยรู้จักชุมชนของตนเองขึ้นมาก ได้เข้าใจถึงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมดั้งเดิม ที่แม้จะมีความลำบาก ยากจน แต่ก็มีส่ิงดีดีหลาย ๆ อย่าง เช่น การมีวิถีชีวิตที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ มีความเรียบง่าย คนในชุมชนมีความรักความสามัคคี มีประเพณีการละเ่ล่นหลาย ๆ อย่าง แต่น้อยคนนักที่จะเห็นคุณค่าหรือความสำคัญ ดังนั้นทีมวิจัยจึงได้ปรึกษากันและวางแผนกันว่าต่อไปจะเริ่มมีการจัดกิจกรรมในชุมชนเพื่อ สร้างเวที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างคนในชุมชน โดยหวังว่าจะเป็นเครืองมืออันหนึ่งที่จะทำให้สมาชิกในชุมชนได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของความเป็นชุมชนที่มีมาแต่เดิมมากขึ้น
วันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2553
การเก็บข้อมูล
การวิจัยชุมชนบางเลียบได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันเป็นช่วงของการสำรวจชุมชน เพื่อเก็บข้อมูลพื้นฐาน และพูดคุยกับสมาชิกชุมชน ซึ่งปรากฏว่าได้รับความร่วมมือจากสมาชิกชุมชนด้วยดี เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก
เมื่อเราลงพื้นที่ได้สักระยะหนึ่งก็ค้นพบประเด็นเพิ่มเติมหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเป็นมาของชุมชน อาชีพดั้งเดิม ความเป็นอยู่ ความสัมพันธ์ของคนในชุมชน และทราบถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นว่ามาจากสาเหตุอะไรบ้าง ซึ่งทำให้พวกเรารู้และมีความเข้าใจความเป็นชุมชนของชุมชนนี้มากขึ้น ซึ่งประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้เราก็จะได้รวบรวมไว้ และนำมาใช้ประโยชน์ต่อไป
ขณะนี้นอกจากลงพื้นที่แล้ว เราได้ทำการสำรวจข้อมูลความจำเป็นพื้นฐานของครัวเรือน หรือ จปฐ. ด้วย ซึ่งกรมพัฒนาชุมชนและองค์การบริหารส่วนตำบลสวนพริกไทย ได้มาขอความร่วมมือให้ทีมวิจัยเก็บข้อมูล ซึ่งทางทีมวิจัยก็เห็นว่าเป็นโอกาสที่ดีเพราะเราต้องพบปะกับสมาชิกในชุมชนเป็นประจำอยู่แล้ว เราจึงรับมาดำเนินการ และได้ดำเนินการมาได้ระยะหนึ่งแล้ว ก็ทำให้เราได้รับทราบข้อมูลเพิื่มเติมยิ่งขึ้น และมีประโยชน์ต่อพวกเรามาก เพราะหากเราดำเนินเรื่อง จปฐ. แล้ว เราก็จะมีการเชิญสมาิชิกชุมชนประชุมเพื่อพูดคุยถึงข้อมูลที่เราได้มา เพื่อเป็นการคืนข้อมูลให้กับชุมชน เพื่อให้ชุมชนได้ตระหนักถึงปัญหาต่าง ๆ และเพื่อหาทางออกร่วมกัน แต่คงต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง เพื่อให้การจัดเก็บ จปฐ. เรียบร้อยด้วยดี หากมีความคืบหน้าจะประชาสัมพันธ์ให้ทราบต่อไป
วันพฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2552
ทีมวิจัย
ทีมวิจัยท้องถิ่นเป็นใคร มีที่มาอย่างไร มีใครบ้าง และทำโครงการครั้งนี้จะได้ประโยชน์อะไร ? เป็นคำถามที่หลายคนอยากรู้คำตอบ เพราะเป็นคำถามที่สำคัญมาก เพราะถ้าเราตอบได้ดีและทำให้ชาวบ้านเข้าใจก็อาจทำให้เกิดสิ่งดีดีขึ้นมาได้ แต่ถ้าหากตอบได้ไม่ชัดเจนทำให้ชาวบ้านไม่เข้าใจ ก็อาจส่งผลทำให้เกิดความไม่เข้าใจและเคลือบแคลงสงสัยในสิ่งที่ทีมวิจัยกำลังดำเนินการอยู่ได้ อย่าว่าแต่ความร่วมมือเลยแม้แต่การพูดคุยก็คงเป็นเรื่องที่ลำบากไม่น้อย การตอบคำถามดังกล่าวจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่เราต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง แต่หากให้เราตอบในที่นี้ เราขอสรุปสั้น ๆ ให้เข้าใจง่าย ๆ ว่า ทีมวิจัยก็คือผู้ที่เป็นสมาชิกและอาศัยอยู่ในชุมชนบางเลียบ ซึ่งหลายคนเกิดที่นี่แต่ก็มีบางคนที่ไม่ได้เกิดที่นี่ แต่ย้ายเข้าอาศัยอยู่ในชุมชนตั้งแต่เด็ก ๆ ทำให้เกิดความรักความผูกพันธ์กับพื้นที่ และเมื่อมีโอกาสก็อยากมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนตนเองจึงมีการรวมตัวกันขึ้นเป็นทีมวิจัยท้องถิ่น มีสมาชิกจำนวน 7 คน (รายละเอียดทีมวิจัยจะแจ้งให้ทราบในโอกาสต่อไป) โดยมีที่มาจากการที่ได้มีโอกาสในการทำงานอาสาสมัครในชุมชน เช่น บางคนเป็น อสม. บางคนเป็นกรรมการกองทุนหมู่บ้าน บางคนเป็นคณะกรรมการโครงการพัฒนาศักยภาพหมู่บ้านและชุมชน(SML) เป็นต้น ทำให้มีโอกาสได้พบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ทำให้รู้จักกันมากขึ้นเกิดความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน และได้มีการพยายามร่วมกันที่จะค้นหาวิธีการ/กระบวนการพัฒนาหรือแก้ปัญหาของชุมชนบางเลียบอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งได้มีโอกาสได้รู้จักเกี่ยวกับการวิจัยท้องถิ่นซึ่งคิดว่าเป็นวิธีการที่ดี จึงได้พยายามผลักดันให้เกิดโครงการนี้ขึ้น
การทำวิจัยครั้งนี้ทีมวิจัยจะได้ประโยชน์อะไร ? เป็นคำถามอันดับต้น ๆ ที่เราคิดว่าสำคัญ เพราะในสภาพสังคมที่มีแต่การแก่งแย่งแข่งขัน การแย่งชิงผลประโยชน์ การเอารัดเอาเปรียบ ทำให้หลายคนไม่ไว้ใจใครง่าย ๆ และมีข้อสงสัยในสิ่งที่ทีมวิจัยกำลังกระทำ และอาจสงสัยถึงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ทีมวิจัยอาจได้รับ ซึ่งเราคิดว่าไม่ใช่สิ่งผิดที่หลายคนจะคิดเช่นนั้น แต่เราอยากบอกกับทุกคนว่า ทีมวิจัยท้องถิ่นชุมชนบางเลียบทีมนี้ก็มีการตั้งคำถามนี้มาตั้งแต่แรกที่คิดจะทำโครงการนี้กันมาก่อน ซึ่งเราก็พยายามที่จะตอบคำถามดังกล่าวกันหลายครั้ง ซึ่งเราขอสรุปสั้น ๆ ว่า ประโยชน์ที่ทีมวิจัยจะได้รับ คือ การที่เราจะมีชุมชนที่ดี สมาชิกในชุมชนมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ช่วยเหลือกัน ชาวบ้านมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีความสามารถในการเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ อย่างรู้เท่าทัน และที่สำคัญคือการมีจิตสำนึกสาธารณะ เพราะสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้หากเกิดขึ้นจริง จะเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของเราทุกคนรวมทั้งทีมวิจัยด้วย เพราะสิ่งดีดีนั้นเป็นสิ่งที่เราอยากให้เกิดและมีขึ้นกับเราทุกคน แต่ในความเป็นจริงจะเกิดขึ้นได้ดีแค่ไหน ผู้ที่จะให้คำตอบคงไม่ใช่ทีมวิจัย หากแต่เป็นสมาชิกในชุมชนบางเลียบทุกคนที่จะร่วมกันให้กับตอบต่อคำถามนี้ได้ เพราะการจะตอบคำถามทุกคำถามได้ดีที่สุดนั้นก็คือการกระทำที่เห็นเป็นรูปธรรม และนั่นคือการตอบคำถามข้างต้นนั้นได้ดีที่สุดโดยที่ไม่ต้องสรรหาคำพูดใดมาขยายความเลย
การทำวิจัยครั้งนี้ทีมวิจัยจะได้ประโยชน์อะไร ? เป็นคำถามอันดับต้น ๆ ที่เราคิดว่าสำคัญ เพราะในสภาพสังคมที่มีแต่การแก่งแย่งแข่งขัน การแย่งชิงผลประโยชน์ การเอารัดเอาเปรียบ ทำให้หลายคนไม่ไว้ใจใครง่าย ๆ และมีข้อสงสัยในสิ่งที่ทีมวิจัยกำลังกระทำ และอาจสงสัยถึงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ทีมวิจัยอาจได้รับ ซึ่งเราคิดว่าไม่ใช่สิ่งผิดที่หลายคนจะคิดเช่นนั้น แต่เราอยากบอกกับทุกคนว่า ทีมวิจัยท้องถิ่นชุมชนบางเลียบทีมนี้ก็มีการตั้งคำถามนี้มาตั้งแต่แรกที่คิดจะทำโครงการนี้กันมาก่อน ซึ่งเราก็พยายามที่จะตอบคำถามดังกล่าวกันหลายครั้ง ซึ่งเราขอสรุปสั้น ๆ ว่า ประโยชน์ที่ทีมวิจัยจะได้รับ คือ การที่เราจะมีชุมชนที่ดี สมาชิกในชุมชนมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ช่วยเหลือกัน ชาวบ้านมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีความสามารถในการเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ อย่างรู้เท่าทัน และที่สำคัญคือการมีจิตสำนึกสาธารณะ เพราะสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้หากเกิดขึ้นจริง จะเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของเราทุกคนรวมทั้งทีมวิจัยด้วย เพราะสิ่งดีดีนั้นเป็นสิ่งที่เราอยากให้เกิดและมีขึ้นกับเราทุกคน แต่ในความเป็นจริงจะเกิดขึ้นได้ดีแค่ไหน ผู้ที่จะให้คำตอบคงไม่ใช่ทีมวิจัย หากแต่เป็นสมาชิกในชุมชนบางเลียบทุกคนที่จะร่วมกันให้กับตอบต่อคำถามนี้ได้ เพราะการจะตอบคำถามทุกคำถามได้ดีที่สุดนั้นก็คือการกระทำที่เห็นเป็นรูปธรรม และนั่นคือการตอบคำถามข้างต้นนั้นได้ดีที่สุดโดยที่ไม่ต้องสรรหาคำพูดใดมาขยายความเลย
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)