วันพุธที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ความต่อเนื่อง

เมื่อทำงานได้สักระยะก็ได้พบปัญหาอุปสรรคหลายประการ แต่ที่สำคัญคือเรื่องสมาชิกทีมวิจัยมีเวลาจำกัดในการเข้าร่วมดำเนินโครงการ ทำให้ขาดความต่อเนื่องเท่าที่ควร ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีความต่อเนื่องจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการปรับปรุงทีมงานกันใหม่ โดยได้มีการชักชวนสมาชิกใหม่ที่นอกจากมีความสนใจแล้วก็จำเป็นต้องมีเวลามาร่วมงานกับเราด้วย ซึ่งก็ได้มีสมาชิกใหม่ที่แสดงความสนใจอยากเข้าร่วมงานกับเราแล้ว และต่อไปก็คงต้องมีการนัดประชุมเพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์และวางแผนการทำงานร่วมกัน
การดำเนินงานที่ผ่าน แม้จะมีการเว้นช่วงระยะเวลาไปบ้างไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม แต่โครงการจะต้องดำเนินการต่อไปและจะทำให้ดีที่สุด เพื่อให้เกิดประโยชน์กับคนในชุมชนบางเลียบให้ได้

วันอังคารที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2553

การแสวงหาคำตอบ

มีคำถามหลายคำถามที่ยังคงค้นหาคำตอบไม่ได้ แต่คงไม่ใช่แค่หัวหน้าหรือทีมวิจัยที่จะต้องเป็นคนค้นหาคำตอบต่าง ๆ เหล่านั้น ชาวบ้านหรือสมาชิกในชุมชนต้องมีส่วนร่วมในการหาคำตอบด้วย ดังนั้น หน้าที่ของทีมวิจัยจึงอยู่ที่ว่าจะทำอย่างไรให้ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งไม่ใช่มามีส่วนร่วมแค่เชิงปริมาณ แต่้ต้องเป็นการมีส่วนร่วมเชิงคุณภาพด้วย ซึ่งคงต้องอาศัยระยะเวลาพอสมควร แต่ไม่ว่าจะลำบากแค่ไหนทีมวิจัยก็จะเดินหน้าต่อไป เพราะการที่จะสร้างการมีส่วนร่วมนั้น เป็นทั้งวิธิีการและเป้าหมายของงานวิจัยครั้งนี้ ซึ่งจะผิดจะถูกคงไม่สำคัญ หากที่สำคัญที่ว่าชุมชนได้อะไร หรือเรียนรู้อะไรบ้าง และใครบ้างที่จะได้ประโยชน์ ซึ่งเป็นคำถามที่ทุกคนในชุมชนต้องหาคำตอบร่วมกันต่อไป

วันจันทร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

การขับเคลื่อนงานวิจัย

เมื่อทำงานวิจัยมาได้ระยะหนึ่ง ก็ได้มีการสรุปบทเรียนจากสิ่งที่ได้จากการทำวิจัยครั้งนี้ ก็มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันของทึมวิจัย สรุปได้ว่ามีสิ่งที่ได้เรียนรู้ที่สำคัญ คือ
1. การทำวิัจัยแบบมีส่วนร่วม ทำให้เราได้เรียนรู้การคิดและทำงานเป็นทีม แม้หัวหน้าทีมวิจัยจะเป็นตัวตั้งตัวตี แต่ก็ต้องมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างของทีมวิจัย รวมทั้งฟังความคิดเห็นของชาวบ้านด้วย ทำให้ต้องมีการปรับตัวเข้าหากัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง ซึ่งทำให้รู้จักกันมากขึ้น
2. ความสัมพันธ์ของคนในชุมชน ทำให้คนในชุมชนเริ่มมีโอกาสได้มานั่งคุยกันมากขึ้น เกิดบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ แม้ช่วงแรกหลายคนที่มาร่วมประชุมจะไม่เข้าใจนัก แต่เมื่อได้มาร่วมหลายครั้งก็เริ่มแสดงให้เห็นถึงความคิดเห็น ซึ่งหากมีการประชุมอย่างต่อเนื่องคาดว่าจะทำให้คนในชุมชนของเรามีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นได้
3. มีการตั้งคำถามและอยากทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เช่น ชาวบ้านที่ได้มาร่วมการประชุมเริ่มมีการตั้งคำถามว่าหากเราจะพัฒนาชุมชนของเราให้ดีขึ้นเราต้องทำอย่างไร ? ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะทำให้เกิดการตั้งคำถามต่อ ๆ ไป และจะนำไปสู่การค้นหาคำตอบร่วมกัน
4. ความสนุกสนาน เพราะพอมานั่งคุยกันนั้นแม้ช่วงแรกจะเป็นไปอย่างค่อนข้างลำบากเพราะหวั่นใจเล็กน้อยว่าจะสร้างความเข้าใจกับชาวบ้านเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของการประชุมได้อย่างไร แต่เมื่อได้มีการประชุมกันหลายครั้ง ก็เริ่มมีความคุ้นเคยกันมากขึ้นทำให้มีบรรยากาศที่เป็นกันเอง และมีการหยอกล้อกันมากขึ้น ทำให้บรรยากาศไปเครียด และทำให้ทุกคนได้สนุกร่วมกัน
จากที่กล่าวมาเป็นเพียงบางส่วน ยังมีอะไรดีดีที่เกิดขึ้นหลายอย่าง หากมีโอกาสจะเล่าให้ฟังกันอีกนะ

วันอังคารที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

รายงานความก้าวหน้า

งานวิจัยเพื่อท้องถิ่นของชุมชนบางเลียบดำเนินงานมากว่า 6 เดือนแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง และกำลังคืบหน้าไปเรื่อย และตอนนี้สิ่งที่ต้องทำก็คือการถอดบทเรียนจากการวิจัยเพื่อทำสรุปรายงานความก้าวหน้าให้กับ สกว. ฝ่ายวิจัยท้องถิ่น ศูนย์ประสานงาน จ. พระนครศรีอยุธยา เป็นการสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำงานวิจัยที่ผ่านมา ทั้งในเรื่องการดำเินินงาน กระบวนการวิจัย และผลที่ได้จากการวิจัย แม้ยังไม่ปรากฎผลที่ชัดเจนนัก แต่ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่พอใช้ได้ แต่ก่อนที่จะเริ่มทำกิจกรรมต่อไป ก็ต้องสรุปรายงานนี้ให้เสร็จให้เร็วที่สุดเพื่อนำผลที่ได้ไปใช้ประโยชน์ต่อไป

วันพฤหัสบดีที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2553

วันสงกรานต์เป็นวันสำคัญของชาวไทย เพราะเป็นวันขึ้นปีใหม่ไทย ประชาชนชาวไทยทั่วประเทศก็จะร่วมกันจัดงานเนื่องในวันสงกรานต์กันอย่างคึกคักทั่วประเทศ ชุมชนบางเลียบก็เป็นชุมชนหนึ่งที่มีการจัดงานดังกล่าว โดยทาง อบต. สวนพริกไทย ร่วมกับวัดเสด็จได้จัดกิจกรรมขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน 2553 ที่ผ่านมา มีกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การจัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลประเพณี การจัดกิจกรรมการละเล่นต่าง ๆ การจัดรำวงย้อนยุค และการสรงน้ำพระ เป็นต้น ชาวชุมชนบางเลียบก็ได้มีการรวมตัวกันจัดกิจกรรมเพื่อเข้าร่วมการประกวดขบวนแห่ปลา ซึ่งได้มีการประชุมวางแผนจัดกิจกรรมร่วมกัน ทั้งนี้โครงการวิจัยเพื่่อท้องถิ่น ได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับการเตรียมการดังกล่าว ทำให้ได้รู้จักชุมชนมากขึ้น

วันอังคารที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2553

เริ่มต้นก็สนุกแล้ว


เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2553 ที่ผ่านมา เราได้มีการประชุมทีมวิจัยและทีมที่ปรึกษาโครงการวิจัยเืพื่อท้องถิ่นขึ้น ณ ห้องโสตทัศนศึกษา โรงเรียนชุมชนวัดเสด็จ ซึ่งการประชุมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี เช่น การอนุญาตให้ใช้สถานที่โดยคุณครูยุทธนา สืบสิงห์ รองผู้อำนวยการโรงเรียนฯ, การเข้าร่วมประชุมของผู้ที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นตัวแทนจากสถาบันและองค์กรในพื้นที่ เป็นต้น ทำให้พวกเรารู้สึกดีใจและเป็นเกี่ยรติอย่างยิ่ง และขอขอบพระคุณไว้ ณ โอกาสนี้
การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโครงการวิจัยเพื่อท้องถิ่นกับผู้ที่เกี่ยวข้องดังกล่าว และเพื่อเป็นการบอกกล่าวก่อนที่จะเริ่มดำเนินกิจกรรมของโครงการในขั้นตอนต่อไป ในการนี้เราได้แลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นกัน ซึ่งนอกจากพวกเราแล้วก็มีทีมพี่เลี้ยงจาก สกว. ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น ศูนย์ประสานงาน จ. พระนครศรีอยุธยา มาร่วมด้วย โดยเป็นการพูดคุยอย่างเป็นกันเองไม่ได้มีพิธีรีตองอะไร
มุมมองต่อปัญหาของชุมชนก็มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันไป เช่น ปัญหาทางสังคม ได้แก่ยาเสพติด ร้านเกมส์ หรือปัญหาเศรษฐกิจ ได้แก่ ภาระหนี้สินชุมชน เป็นต้น แม้มุมมองต่อปัญหาจะมีความแตกต่างกันไปบ้าง ซึ่งขึ้นอยู่้กับประสบการณ์และบทหน้าที่ของแต่ละคน และการให้น้ำหนักหรือความสำคัญของปัญหานั้น แต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันก็คือการตระหนักถึงปัญหาของชุมชนหรือส่วนร่วม แต่ที่ผ่านมาอาจไม่ได้มีโอกาสมานั่งคุยกันนัก เมื่อมีโอกาสครั้งนี้จึงทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างออกรสชาติพอสมควร
ทีมวิจัยได้รับฟังความคิดเห็นจากหลาย ๆ ท่านแล้ว ทำให้ยิ่งอยากทำงานวิจัยครั้งนี้ให้ดีที่สุด เพื่อให้เกิดบรรยากาศแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับปัญหาของชุมชนแบบนี้ขึ้น ซึ่งคิดว่าจะเป็นตัวที่จะขับเคลื่อนให้คนในชุมชนได้ตระหนักถึงปัญหาและอยากเข้ามามีส่วนร่วมกับการแก้ไขปัญหานั้นนั่นเอง

วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

การลงพื้นที่เก็บข้อมูล


การลงพื้นที่เพื่อสำรวจชุมชนนั้น ได้ดำเนินมากกว่า 3 เดือนแล้ว ทำให้ทีมวิจัยรู้จักชุมชนของตนเองขึ้นมาก ได้เข้าใจถึงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมดั้งเดิม ที่แม้จะมีความลำบาก ยากจน แต่ก็มีส่ิงดีดีหลาย ๆ อย่าง เช่น การมีวิถีชีวิตที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ มีความเรียบง่าย คนในชุมชนมีความรักความสามัคคี มีประเพณีการละเ่ล่นหลาย ๆ อย่าง แต่น้อยคนนักที่จะเห็นคุณค่าหรือความสำคัญ ดังนั้นทีมวิจัยจึงได้ปรึกษากันและวางแผนกันว่าต่อไปจะเริ่มมีการจัดกิจกรรมในชุมชนเพื่อ สร้างเวที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างคนในชุมชน โดยหวังว่าจะเป็นเครืองมืออันหนึ่งที่จะทำให้สมาชิกในชุมชนได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของความเป็นชุมชนที่มีมาแต่เดิมมากขึ้น